ในขณะที่เกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเตะกันได้ในตอนไหน

หรีอจะกลับมาเล่นให้จบได้จริงๆ หรือไม่นั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในคนล่าสุดที่มีช่าวกับพวกเขาคือ โจ โรดอน ปราการหลังหนุ่มวัย 22 ปีจาก สวอนซี ซิตี้ ทีมในศึกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษแม้ว่าฤดูกาลนี้เกมรับของ สวอนซี จะน่าผิดหวัง เมื่อเสียไปถึง 45 ประตู จากการลงเล่นในลีก 37 นัด น้อยกว่าประตูที่ทีมทำได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น

แต่กูรูหลายคนก็ให้คำชม โรดอน มากพอตัวว่ามีอนาคตที่สดใส โดยเขาขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของ สวอนซี ได้ตั้งแต่ฤดูกาลก่อน และตอนนี้เขาก็ติดทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้วด้วยทั้งนี่ ว่ากันว่า ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์คนปัจจุบัน และเป็นตำนานปีกของ แมนฯ ยูไนเต็ด assisionline.net แนะนำให้อดีตต้นสังกัดของเขาเซ็นสัญญากับ โรดอน เอง เพราะมองว่าเจ้าตัวมีอนาคตที่สดใสรออยู่ คำถามคือเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่แรงอวยของ กิ๊กส์ จนทำให้มันดูเป็นการลงทุนที่เสี่ยง ? ดังนั้นวันนี้เราเลยจะลองมาเทียบผลงานของ โรดอน ในซีซั่นก่อนกับฤดูกาลนี้กันว่าต่างกันแค่ไห

การสกัดในด้านคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของกองหลังนั้น ซีซั่นที่แล้ว โรดอน ทำผลงานได้ดี เพราะเขามีค่าเฉลี่ยการพยายามเข้าสกัด 0.9 ครั้งต่อเกม

และสามารถสกัดโดนบอลได้ถึง 0.8 ครั้งต่อนัด เรียกได้ว่าเขาเป็นปราการเหล็กที่โดนคู่แข่งในลีกเลี้ยงบอลผ่านได้เฉลี่ยเพียง 0.1ครั้งต่อเกมเท่านั้นขณะที่ในฤดูกาล 2019-20 โรดอน ก็ฟอร์มดร็อปลงมานิดหน่อย เพราะเขาสกัดโดนบอลเฉลี่ยครั้งต่อเกม จากค่าเฉลี่ยการพยายามเข้าสกัด 1.4 ครั้งต่อนัด หรือก็คือโดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไปเฉลี่ยแล้ว ครั้งต่อเกมถึงกระนั้น vxbet365 มันก็ยังดูเป็นผลงานที่ไม่แย่เกินไปนัก สิ่งที่น่าประทับใจคือการตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งสกัดเพราะหลังจากซีซั่นก่อนเขาทำผลงานในด้านนี้เฉลี่ยไป 1.2 ครั้งต่อเกมแล้วนั้น โรดอน ก็พัฒนาการอ่านเกมได้ดีจนทำให้ฤดูกาลนี้มีค่าเฉลี่ยการตัดบอลดีขึ้นเป็น 1.6 ครั้งต่อเกมด้วยกัน การผ่านบอล ฤดูกาลที่แล้ว โรดอน ผ่านบอลเข้าเป้าในลีกรวมแล้ว 86.9 เปอร์เซ็นต์ แถมยังเป็นการผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าถึง 2.4 ครั้งต่อนัดด้วย ขณะที่ซีซั่นนี้เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำในการผ่านบอลลดลงมาเหลือ 81.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการผ่านบอลระยะไกลไปถึงเพื่อนร่วมทีมก็ลดมาเหลือ 2 ครั้งต่อนัด

มองในมุมหนึ่งนั้น มันไม่ใช่ตัวเลขที่ดร็อปลงแบบน่าใจหายจนถึงขั้นควรจะหวาดวิตก แต่อีกด้านหนึ่งมันก็ถือว่าน่ากังวลนิดๆ เพราะที่จริงซีซั่นนี้เขาผ่านบอลน้อยลงกว่าเดิมที่ค่าเฉลี่ย 49.3 ครั้งต่อนัด ขณะที่ฤดูกาลก่อนมีจังหวะผ่านบอลในลีกเฉลี่ย 51.2 ครั้งต่อเกม หรือก็คือทั้งที่ผ่านบอลน้อยลง

แต่มันกลับไปถึงเป้าหมายน้อยลงในระดับหนึ่งตามไปด้วย ลูกกลางอากาศนี่ถือเป็นจุดเด่นของดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 180 เซนติเมตรเลยก็ว่าได้โดยฤดูกาลที่แล้ว โรดอน มีจังหวะขึ้นดวลลูกกลางอากาศเฉลี่ย 5.7 ครั้งต่อนัดในลีก และเขาก็ชนะการดวลกลางเวหา3.7 ครั้งต่อเกม แพ้ไปเพียง 1.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้น

ส่วนในฤดูกาล 2019-20 นั้น ก่อนที่เดอะแชมเปี้ยนชิพ จะต้องพักการแข่งขันจากปัญหาของโควิด-19โรดอนมีจังหวะขึ้นดวลลูกกลางอากาศ 5.9 ครั้งต่อเกมโดยเขาชนะไป 3.5 ครั้งต่อนัดและแพ้ไป2.4หนต่อเกม ซึ่งถึงแม้จะดร็อปลงมา แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่เลวร้ายจนเกินไป สรุป:ถ้าเทียบกับกองหลังใน พรีเมียร์ลีก ยุคปัจจุบันนั้น กูรูวงการฟุตบอลอังกฤษบางคนมองว่าโรดอนมีความละม้ายคล้ายคลึงกับจอห์น

สโตนส์ปราการหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในบางด้าน โดยเฉพาะการเข้าชนกับคู่แข่งแบบตรงไปตรงมาด้วยการใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลักแม้ว่าเรี่องการผ่านบอลจะดร็อปลง แต่ในด้านเกมรับแล้วรดอนทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่งโดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่ทำได้โดดเด่น ดังนั้นถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะดึงเขามาปลุกปั้นต่อจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ